วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552

La rose * * *

ตำนานดอกกุหลาบ


กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย


ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรด์จีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม
บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ
เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา
ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง
ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ

ตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย
กุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ" และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ" ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า
กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้งหอมรื่นชื่นชมสองนึกกระทงใส่พานทองหยิบรอจมูกเจ้า

เนืองนองสังวาสก่ำเก้าบ่ายหน้าเบือนเสีย
สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ "มัทนา" ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ "สุเทษณะ" ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา "มัทนา" มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา

กุหลาบขาว กับ กุหลาบแดง สีไหนเกิดก่อน ?
มีหลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า



สีกุหลาบสื่อความหมาย ถึง ???
ในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก ดอกกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ และของกำนัลของวันนี้ ดังนั้นเวลาที่คิดจะให้ดอกกุหลาบแก่ใครสักคน เราก็น่าจะรู้ความหมายของสีอันเป็นสื่อความหมายของดอกกุหลาบไว้บ้างก็น่าจะดี ซึ่งก็จะมีความดังนี้


สีแดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปราถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด
และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ
สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์
สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
สีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ

สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กุหลาบตูม สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย






ช่อกุหลาบสื่อความหมาย
จำนวนดอกกุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้


จำนวนดอกกุหลาบ

1ความหมายรักแรก

2พบแสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน

3ฉันรักเธอ

7คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์

9เราสองคนจะรักกันตลอดไป



10คุณเป็นคนที่ดีเลิศ

11คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน

12ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว

13เพื่อนแท้เสมอ

15ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ

20ฉันมีความจริงใจต่อเธอ

21ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ

36ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน

40ความรักของฉันเป็นรักแท้

99ฉันรักเธอจนวันตาย



100ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ

101ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

108 คุณจะแต่งงานกับฉันไหม

999 ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

^^_______________________>O<* * ** *

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

เทศกาลปีใหม่*




วันปีใหม่ วันขึ้นปีใหม่ เทศกาลปีใหม่
** *** * * ** **** ***
เดิมประเทศไทยได้ถือเอา วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็น วันขึ้นปีใหม่ ต่อมาได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตรงกับ วันสงกรานต์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว จึงให้ถือเอาวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของ ไทย นับแต่นั้นมา เพื่อวันปีใหม่จะได้ตรงกันทุกปี

ดังนั้นจึงถือเอาเดือนเมษายน เป็นเดือนแรกของปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2483 ในวันที่ 28 ธันวาคม คณะรัฐบาล ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศให้ใช้ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 เป็นวันขึ้นปีใหม่ตาม สากลนิยม ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
ซึ่งนิยมใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ทั่วโลก


กิจกรรม ต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่1. เก็บกวาดทำความสะอาด ประดับ ธงชาติ
ตามอาคารบ้านเรือน2. ทำบุญ ตักบาตร กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล ให้ญาติและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว 3. ไปวัดเพื่อทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม หรือ ฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ
เพื่อให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสเบิกบาน


ในโอกาศวันขึ้นปีใหม่4. ตรวจสอบตัวเองเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำมาตลอดปี
ว่ามีความเจริญก้าวหน้าสำเร็จลุล่วงไปได้แค่ไหนหากมีคั่งค้างก็ต้องเร่งขวนขวายปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน


ปีนึงกำลังจะผ่านไปอีกแล้ว มีอะไรในชีวิตที่คืบหน้าไปบ้าง ส่วนตัวเองไม่ค่อยจะคืบเลย ^^ ยังไงก็อยากฝากไว้นะคะ ว่า เราควรเริ่มที่หาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเอง เริ่มจากตัวเองนี่เเหละ >O<


ปีใหม่นี้ก็ขอให้รักคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ รักพี่น้อง รักครู-อาจารย์ รักเพื่อน แล้วอย่าลืมรักตัวเองนะคะ ^^*

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Christmas Day*


คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า
Christmas ดังนั้นอย่าลืม "ต์" อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า "มาส" (Mas)

Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็ขานรับนโยบาย

อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ โดยตั้งแต่ปีค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปีค.ศ.64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ.330
ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย สำหรับองค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาสมีความเป็นมาเช่นกัน
เริ่มที่คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย สำหรับ "ซานตาคลอส" เซนต์นิโคลัสแห่งเมืองมีรา
สมัยศตวรรษที่ 4 ได้รับการขนานนามให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ปิดท้ายที่ต้นคริสต์มาส หรือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน ต้องย้อนไปศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์
ต่อมามาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540
หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Brothers Grimm*

PRADT *****

วันก่อนได้ชมตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ไม่เกิดอารมณ์อยากดูเลย

เพราะมันดูคล้ายกับ van helsing อย่างมาก

และก็พอดีได้ตั๋วจาก popcornmag เลยได้มีโอกาสไปชมก่อนวันเข้าฉายจริงเล็กน้อย
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูล grimm ในช่วงปี 17xx ช่วงเวลาที่เยอรมันตกอยู่ใต้อำนาจของฝรั่งเศส สองพี่น้องก็ได้ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ เพื่อกำจัดภูติผีปิศาจ จนมีชื่อเสียงโด่งดังขจรกระจายไปไกล หากแต่การกำจัดผีของพวกเขา มันเป็นเทคนิคกลลวงแทนที่จะเป็นของจริง…

นายพลฝรั่งเศสจับแผนการของพวกเขาได้ และยื่นข้อเสนอให้สองพี่น้องเลือกที่จะตาย หรือว่าจะไปจัดการเหตุการณ์ประหลาดในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเด็กผู้หญิงหายตัวไปหลายคนอย่างต่อเนื่อง
โดยนายพลฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี
แต่เมื่อพวกเขาไปถึงกลับพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่า…
เรื่องเรื่องดำเนินไปได้น่าสนใจและตื่นเต้น
มีการแทรกสอดนิยายต่างๆได้อย่างค่อนข้างลงตัว และน่าติดตาม
ทั้ง snowwhite, hansel & gretel, werewolf, cinderella, rapunzel, sleeping beauty (เจ้าหญิงนิทรา), little red riding hood (หนูน้อยหมวกแดง), frog prince (เจ้าชายกบ)
เป็นการรวมเรื่องจริงเข้ากับนิยายได้อย่างน่ารื่นรมย์

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

รักพ่อคะ,,,,^^

รักคุณพ่อมากมายคะ

สูงกว่าน้ำ เหนือกว่าฟ้า คำว่าพ่อ
ล้นคำยอ ยกเกียรติ ขึ้นเสียดหล้า ล้นความรัก ลูกพักพิง อิงกายา
ล้นเมตตา กอดอุ้ม คุ้มดวงใจ*

ล้นอบอวล อกอาบ ไออบอุ่น ล้นละมุน พ่อคอยหวง
ด้วยห่วงหา ล้นปราณี พออภัย ทุกเวลา ล้นบูชา
พ่อยิ่งพระ ประจำเรือน ล้นความดี พ่อชี้ ว่าถูกผิด
ล้นความคิด พ่อปลอบขวัญ ฉันท์มิตรเพื่อน ล้นพระธรรม
กรรมดี ที่พ่อเตือน ดินสะเทือน ฟ้าสะท้าน ขาน “บิดา”

ใกล้วันพ่อแล้วนะคะเลยนำกลอนดีๆวันพ่อมาให้อ่านกันคะ
พวกคุณๆทำอะไรดีๆเพื่อคุณพ่อของเราแล้วหรือยัง
และเป็นลูกที่ดีของพ่อหลวงของพวกเราแล้วหรือยัง
ถ้ายังเริ่มต้นได้แล้วนะคะ ขอให้มีความสุขกับคุณพ่อและครอบครัวกันทุกคนนะคะ ^_______^*

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ ฯ

พระราชประวัติ ______________*


















ประสูติ












สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงเป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เวลา ๑๑.๐๗ น.
หลังเที่ยง (ตามเวลาในประเทศอังกฤษ) ณ สถานพยาบาล เลขที่ ๔๘ Lexham gardens กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระนามในพระสูติบัตรเมื่อแรกประสูติ คือ เมย์ ตามเดือนที่ประสูติ













สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอนุชา ๒ พระองค์
คือพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราช

*********************************************

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ครู-นักเรียนฝรั่งเศสประท้วงแผนปฏิรูปการศึกษารัฐบาล ^ ^



นักเรียนและครูชาวฝรั่งเศสนับหมื่นคนเดินขบวนประท้วง


แผนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะมีการลดตำแหน่งครูลงกว่า 8,000 คน
ปารีส-นักเรียนและครูชาวฝรั่งเศสอย่างน้อย 19,000 คน
ชุมนุมประท้วงตามท้องถนนหลายสายในกรุงปารีส เพื่อต่อต้านแผนการปฏิรูประบบการศึกษาของรัฐบาล
โดยพวกเขาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังคัดค้านการลดปริมาณครูในโรงเรียนประถม หลังจากที่ รัฐบาลฝรั่งเศสมีแผนการลดตำแหน่งงานด้านการศึกษาลงประมาณ 11,200 ตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งรวมตั้งตำแหน่งครูด้วย 8,500 คน การประท้วง ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อบ่ายวานนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วในสัปดาห์นี้ และเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 สัปดาห์ โดยการประท้วงเมื่อวานนี้ เป็นครั้งใหญ่ที่สุด
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่า มีผู้เข้าร่วมประท้วง 19,000 คน ขณะที่ ผู้จัดการประท้วงกล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมประท้วงตามท้องถนนระหว่าง 30,000-40,000 คน ด้านนายซาวิเยร์ ดาร์กอส รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของฝรั่งเศส ซึ่งกล่าวต่อวุฒิสภาว่า แผนการปฏิรูประบบการศึกษาที่เสนอไปไม่ได้มีขนาดใหญ่โต แต่มีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงประปรายในหลายเมืองของฝรั่งเศส ซึ่งรวมทั้งบอร์กโดซ์ ตูลูส ลียงและเกรโนเบิล

ระบบโรงเรียนในประเทศฝรั่งเศสเป็นที่ขึ้นชื่อในด้านการคัดเลือกและแข่งขันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คุณสามารถที่จะสอบ Baccalaureat ซึ่งเป็นข้อสอบบังคับสำหรับการจบการศึกษา ไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมชั้น ส่วนใหญ่ทุกวันพุธช่วงบ่ายจะเป็นเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับกีฬาหรือกิจกรรมยามว่างอื่นๆในชุมชน
นักเรียนฝรั่งเศสไปโรงเรียนเป็นเวลา 12 ปี
โรงเรียนมัธยมปลายหรือ "le lycee" มีชั้นเรียนทั้งหมดสามชั้นตั้งแต่ ม.4 ถึง ม.6 เรียกว่า seconde, premiere และ terminale ตามลำดับ โดยที่จะเน้นด้านภาษาและวรรณกรรม นักเรียนแลกเปลี่ยนฯ EF ส่วนใหญ่จะได้เรียนในชั้น seconde หรือ premiere โรงเรียนจะมีสามเทอมด้วยกัน ซึ่งจะเปิดเทอมในช่วงเดือนกันยายน มกราคม และเมษายน โรงเรียนส่วนใหญ่มีขนากค่อนข้างใหญ่ จำนวนนักเรียนโดยทั่วไปจะมีจำนวนนักเรียนระหว่าง 1000 - 3000 คน นักเรียนจะมีความเคารพให้คุณครูและต้องใช้คำนำหน้า Monsieur, Mademoiselle หรือ Madameในการเรียกชื่อคุณครู ระบบการศึกษาจะเน้นเนื้อหาและให้ความสำคัญมากในการวิเคราห์และความเข้าใจ

^^____________________~~*