วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Christmas Day*


คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า
Christmas ดังนั้นอย่าลืม "ต์" อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า "มาส" (Mas)

Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็ขานรับนโยบาย

อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ โดยตั้งแต่ปีค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปีค.ศ.64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ.330
ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย สำหรับองค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาสมีความเป็นมาเช่นกัน
เริ่มที่คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย สำหรับ "ซานตาคลอส" เซนต์นิโคลัสแห่งเมืองมีรา
สมัยศตวรรษที่ 4 ได้รับการขนานนามให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ปิดท้ายที่ต้นคริสต์มาส หรือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน ต้องย้อนไปศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์
ต่อมามาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540
หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Brothers Grimm*

PRADT *****

วันก่อนได้ชมตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ไม่เกิดอารมณ์อยากดูเลย

เพราะมันดูคล้ายกับ van helsing อย่างมาก

และก็พอดีได้ตั๋วจาก popcornmag เลยได้มีโอกาสไปชมก่อนวันเข้าฉายจริงเล็กน้อย
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูล grimm ในช่วงปี 17xx ช่วงเวลาที่เยอรมันตกอยู่ใต้อำนาจของฝรั่งเศส สองพี่น้องก็ได้ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ เพื่อกำจัดภูติผีปิศาจ จนมีชื่อเสียงโด่งดังขจรกระจายไปไกล หากแต่การกำจัดผีของพวกเขา มันเป็นเทคนิคกลลวงแทนที่จะเป็นของจริง…

นายพลฝรั่งเศสจับแผนการของพวกเขาได้ และยื่นข้อเสนอให้สองพี่น้องเลือกที่จะตาย หรือว่าจะไปจัดการเหตุการณ์ประหลาดในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเด็กผู้หญิงหายตัวไปหลายคนอย่างต่อเนื่อง
โดยนายพลฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี
แต่เมื่อพวกเขาไปถึงกลับพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่า…
เรื่องเรื่องดำเนินไปได้น่าสนใจและตื่นเต้น
มีการแทรกสอดนิยายต่างๆได้อย่างค่อนข้างลงตัว และน่าติดตาม
ทั้ง snowwhite, hansel & gretel, werewolf, cinderella, rapunzel, sleeping beauty (เจ้าหญิงนิทรา), little red riding hood (หนูน้อยหมวกแดง), frog prince (เจ้าชายกบ)
เป็นการรวมเรื่องจริงเข้ากับนิยายได้อย่างน่ารื่นรมย์

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

รักพ่อคะ,,,,^^

รักคุณพ่อมากมายคะ

สูงกว่าน้ำ เหนือกว่าฟ้า คำว่าพ่อ
ล้นคำยอ ยกเกียรติ ขึ้นเสียดหล้า ล้นความรัก ลูกพักพิง อิงกายา
ล้นเมตตา กอดอุ้ม คุ้มดวงใจ*

ล้นอบอวล อกอาบ ไออบอุ่น ล้นละมุน พ่อคอยหวง
ด้วยห่วงหา ล้นปราณี พออภัย ทุกเวลา ล้นบูชา
พ่อยิ่งพระ ประจำเรือน ล้นความดี พ่อชี้ ว่าถูกผิด
ล้นความคิด พ่อปลอบขวัญ ฉันท์มิตรเพื่อน ล้นพระธรรม
กรรมดี ที่พ่อเตือน ดินสะเทือน ฟ้าสะท้าน ขาน “บิดา”

ใกล้วันพ่อแล้วนะคะเลยนำกลอนดีๆวันพ่อมาให้อ่านกันคะ
พวกคุณๆทำอะไรดีๆเพื่อคุณพ่อของเราแล้วหรือยัง
และเป็นลูกที่ดีของพ่อหลวงของพวกเราแล้วหรือยัง
ถ้ายังเริ่มต้นได้แล้วนะคะ ขอให้มีความสุขกับคุณพ่อและครอบครัวกันทุกคนนะคะ ^_______^*

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ ฯ

พระราชประวัติ ______________*


















ประสูติ












สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงเป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เวลา ๑๑.๐๗ น.
หลังเที่ยง (ตามเวลาในประเทศอังกฤษ) ณ สถานพยาบาล เลขที่ ๔๘ Lexham gardens กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระนามในพระสูติบัตรเมื่อแรกประสูติ คือ เมย์ ตามเดือนที่ประสูติ













สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอนุชา ๒ พระองค์
คือพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราช

*********************************************

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ครู-นักเรียนฝรั่งเศสประท้วงแผนปฏิรูปการศึกษารัฐบาล ^ ^



นักเรียนและครูชาวฝรั่งเศสนับหมื่นคนเดินขบวนประท้วง


แผนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะมีการลดตำแหน่งครูลงกว่า 8,000 คน
ปารีส-นักเรียนและครูชาวฝรั่งเศสอย่างน้อย 19,000 คน
ชุมนุมประท้วงตามท้องถนนหลายสายในกรุงปารีส เพื่อต่อต้านแผนการปฏิรูประบบการศึกษาของรัฐบาล
โดยพวกเขาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังคัดค้านการลดปริมาณครูในโรงเรียนประถม หลังจากที่ รัฐบาลฝรั่งเศสมีแผนการลดตำแหน่งงานด้านการศึกษาลงประมาณ 11,200 ตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งรวมตั้งตำแหน่งครูด้วย 8,500 คน การประท้วง ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อบ่ายวานนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วในสัปดาห์นี้ และเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 สัปดาห์ โดยการประท้วงเมื่อวานนี้ เป็นครั้งใหญ่ที่สุด
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่า มีผู้เข้าร่วมประท้วง 19,000 คน ขณะที่ ผู้จัดการประท้วงกล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมประท้วงตามท้องถนนระหว่าง 30,000-40,000 คน ด้านนายซาวิเยร์ ดาร์กอส รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของฝรั่งเศส ซึ่งกล่าวต่อวุฒิสภาว่า แผนการปฏิรูประบบการศึกษาที่เสนอไปไม่ได้มีขนาดใหญ่โต แต่มีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงประปรายในหลายเมืองของฝรั่งเศส ซึ่งรวมทั้งบอร์กโดซ์ ตูลูส ลียงและเกรโนเบิล

ระบบโรงเรียนในประเทศฝรั่งเศสเป็นที่ขึ้นชื่อในด้านการคัดเลือกและแข่งขันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คุณสามารถที่จะสอบ Baccalaureat ซึ่งเป็นข้อสอบบังคับสำหรับการจบการศึกษา ไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมชั้น ส่วนใหญ่ทุกวันพุธช่วงบ่ายจะเป็นเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับกีฬาหรือกิจกรรมยามว่างอื่นๆในชุมชน
นักเรียนฝรั่งเศสไปโรงเรียนเป็นเวลา 12 ปี
โรงเรียนมัธยมปลายหรือ "le lycee" มีชั้นเรียนทั้งหมดสามชั้นตั้งแต่ ม.4 ถึง ม.6 เรียกว่า seconde, premiere และ terminale ตามลำดับ โดยที่จะเน้นด้านภาษาและวรรณกรรม นักเรียนแลกเปลี่ยนฯ EF ส่วนใหญ่จะได้เรียนในชั้น seconde หรือ premiere โรงเรียนจะมีสามเทอมด้วยกัน ซึ่งจะเปิดเทอมในช่วงเดือนกันยายน มกราคม และเมษายน โรงเรียนส่วนใหญ่มีขนากค่อนข้างใหญ่ จำนวนนักเรียนโดยทั่วไปจะมีจำนวนนักเรียนระหว่าง 1000 - 3000 คน นักเรียนจะมีความเคารพให้คุณครูและต้องใช้คำนำหน้า Monsieur, Mademoiselle หรือ Madameในการเรียกชื่อคุณครู ระบบการศึกษาจะเน้นเนื้อหาและให้ความสำคัญมากในการวิเคราห์และความเข้าใจ

^^____________________~~*








วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส^ ^


ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (Président de la République française)

เป็นตำแหน่งประมุขของรัฐที่มาจากการเลือกตั้ง
จักรพรรดิโปเลียนที่ 3
4 ใน 5 สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่เคยมีมาได้มีประธานาธิบดีในตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ
ซึ่งทำให้ระบอบประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสนั้น
เป็นระบอบที่ยาวนานที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ยุโรปประเทศหนึ่ง
รัฐธรรมนูญในแต่สาธารณรัฐนั้น อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของประธานาธิบดีนั้น
มีความแตกต่างกันไป ประธานาธิบดีฝรั่งเศสนั้นยังมีฐานะเป็น
ผู้ปกครองร่วมอันดอร์ราอีกด้วย ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนปัจจุบันคือ
นิโกลาส์ ซาร์โกซี
ข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 นั้นเป็นการปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีเองก็มีอำนาจมากพอสมควรซึ่งไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ
ในทวีปยุโรป แม้ว่าโดยส่วนมากการควบคุมดูแลและบัญญัติกฎหมาย
เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐสภา แต่ประธานาธิบดีก็มีอิทธิพลด้วย อำนาจสูงสุดของประธานาธิบดีนั้นคือการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
แต่อย่างไรก็ตามรัฐสภาฝรั่งเศสก็มีอำนาจที่จะปลดคณะรัฐมนตรีได้
ทำให้ประธานาธิบดีเหมือนกับถูกบังคับให้เลือกนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภาให้การสนับสนุน เมื่อไหร่ที่เสียงส่วนมากในรัฐสภามีความเห็นทางการเมืองตรงข้ามกับประธานาธิบดี
ซึ่งจะทำให้เกิดการบริหารร่วมกัน เมื่อนั้นอำนาจประธานาธิบดีจะลดน้อยลง
เนื่องจากอำนาจส่วนมากจะไปขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและรัฐสภาแทน
และอาจจะไม่สนับสนุนการแต่งตั้งของประธานาธิบดีอีกด้วย เมื่อไหร่ที่เสียงส่วนมากในรัฐสภาสนับสนุนประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีก็จะมีบทบาทมากขึ้นและมีอิทธิพลต่อนโยบายการบริหารของรัฐบาล
บทบาทของนายกรัฐมนตรีจึงลดลงและอาจถูกปลดออกจากตำแหน่ง
หรือเปลี่ยนคณะผู้บริหารถ้าไม่เป็นที่นิยม ตั้งแต่
พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีและรัฐสภามีวาระ 5 ปี
และการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งจะใกล้กัน
ทำให้ความเป็นไปได้ของการบริหารร่วมกันนั้นมีความน้อยลง
___________________________~^^ อย่างไรก้ตามคนไทยทุกคนควรมีความรักในชาติ
และสามัคคีกันเพื่อนบ้านเมืองที่สงบสุข คะ *

ทักทายกัน,,นะ


คำทักทายในภาษาต่างๆ ภาษา ภาษาไทย ,,,คำอ่านภาษาอังกฤษ,,, คำอ่านภาษาไทย

ฝรั่งเศส ^o ^*

สวัสดี Bonjour บง ชูร์
ขอบคุณ Merci แม้ค ซี่
ขอโทษ Pardon ปาร์ค ดอง
กรุณา S'll vous plait ซิล วู เปล
สบายดีไหม Comment ca va? กอมมอง ซา วะ
กี่โมงแล้ว Quelle heure est il/ แกล เลอร์ เอ ติล ...
อยู่ที่ไหน Ou est…? อู เอ...
ลาก่อน Au revoir โอ เครอะ วัว
คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม? Parlez vous en anglais? ปาค์ เลย์ วู ออง นองเกล๊ ^^

นี่เป็นแค่การทักทายเบื้องต้นนะคะ

เราสามารถเรียนรู้ได้ตามเวปไซด์ภาษาฝรั่งเศสได้อีกมากมายคะ !!!